วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นโยบายพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

“ประชาสมคิด เพื่อชีวิตที่สมหวัง”

พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาเสนอตัวเป็นทางเลือกที่เป็นทางออกของสังคม ในตำแหน่งพรรคผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตหมายเลข 2 มีพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร
ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นเลขาธิการพรรค

นโยบายที่ถือเป็นจุดขายของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา คือ ระบบบำนาญประชาชน เดือนละ 2 พันบาท คล้าย เป็นเบี้ยยังชีพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ชาวไร่ชาวนาที่ว่างงาน คนแก่ ประมาณเกือบ 2 ล้านคน และดูแลเด็กที่กำลังจะเติบโตเป็นกำลังของชาติตั้งแต่แรกเกิด มีการปรับโครงสร้างหนี้ของครู สรรหาคนเก่งมาเป็นแม่พิมพ์ของชาติ

ส่วนแนวนโยบายเดิมของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัยที่ผ่านมา ถูกนำมาต่อยอดทำใหม่ โดยตั้งหลักไว้ว่าต้องทำให้ดีกว่า เร็วกว่า ประหยัดกว่า นั่นหมายความว่าต้องคุณภาพล้วนๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน โดยแก้ไขเงินกองทุนหมู่บ้านจากเดิม 1 ล้านบาทเพิ่มเป็น 2 ล้านบาท แล้วปรับให้เป็นธนาคารหมู่บ้านและขยายวงเงินโครงการ SML เดิมรัฐจัดสรรให้ 2-2.5-3 แสนบาท เราจะเพิ่มเป็น 3-4-5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มการจ้างงาน ส่วนแผนบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเกษตร จะเอาน้ำไปให้ประชาชน ไม่ให้ประชาชนมาหาน้ำ ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งก็จะหมดไป ถือเป็นนโยบายที่คาดหวังว่าจะให้เห็นผลก่อนครบวาระ 4 ปีของรัฐบาล

สำหรับการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้นโนบายแนวการรบแบบจีนที่ว่า
“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” โดยต้องรู้ตัวเองก่อนเมื่อประเทศไทยมีหน่วยกำลังพลของกองทัพบก กองทัพเรือส่วนหนึ่ง แล้วยังมีกำลังตำรวจ ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธร กำลังฝ่ายพลเรือนและฝ่ายปกครอง ต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด