วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นโยบายพรรคมัชฌิมาประชาธิปไตย


มัชฌิมาประชาธิปไตย

“ทางสายกลาง ความพอดี ความพอเพียง”

พรรคมัชฌิมาประชาธิปไตยที่มีนโยบายชาตินิยมผสมประชานิยม และรัฐสวัสดิการนิยม
ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 15 มีนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษาพรรคประชาราช ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายฉัตรชัย ชูแก้ว ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค เสนอนโยบายหลัก 42 ข้อ ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ดังนี้

บททั่วไป

1.จะส่งเสริมให้มีการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

2.ปราบปรามป้องกันการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงและติดตามทรัพย์สินที่ถูกโกงไปกลับคืนมา พร้อมกับการฟื้นฟูศักดิ์ศรี เกียรติและฐานะทางเศรษฐกิจของข้าราชการทุกประเภทและพนักงานส่วนท้องถิ่น

3.จะนำสันติสุข ความสงบและปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนมาโดยเร็ว และจะคุ้มครองความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ด้านเศรษฐกิจการเงินการคลังและการลงทุน

4.จะเพิ่มความสามารถทางการค้า โดยสร้างตลาดภายในให้เข้มแข็งต่อภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

5.จะแก้ไขหนี้สินของประชาชน ผู้ใช้แรงงาน ครู ตำรวจ ทหาร ฯลฯ โดยการเพิ่มรายได้ พักหนี้ แก้ไขกฎหมายสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง คล่องตัว และมีระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

6.เปิดเสรีการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ สร้างความเท่าเทียมทางการคลังของประเทศโดยแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับเงินตรา แก้ไขกฎระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ลดส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไม่เกิน 3%

7.จะยกเลิกและแก้ไขข้อผูกพันทีทำไว้กับต่างประเทศ อันมีผลกระทบต่อคนไทยในสาขาต่างๆ แก้กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ

8.จะไม่ขายรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคและความมั่นคง ส่งเสริมรัฐวิสาหกิจให้พัฒนาการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นำรัฐวิสาหกิจที่ขายไปโดยไม่ชอบธรรม

9.จะสนับสนุนการค้าโชว์ห่วย และธุรกิจรายย่อยให้สามารถยืนอยู่บนขาของตนเองได้

10.จะขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้นโดยลดภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ในส่วนนิติบุคคลให้เก็บสูงสุดไม่เกิน 20% เพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาษีให้ทั่วถึงและเป็นธรรมโดยให้มีการนิรโทษกรรมภาษีแก่บุคคลทั่วไป

11.จะพัฒนากองทุนหมู่บ้านที่มีศักยภาพยกระดับให้เป็นธนาคารหมู่บ้านภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงการคลัง
ด้านการคมนาคมขนส่ง

12.สร้างรถไฟฟ้า 10 สายทาง เก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย เป็นเวลา 10 ปี สำหรับกรุงเทพมหานคร เชื่อมไปยัง ปทุมธานี สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ และสร้างรถไฟฟ้ารางคู่ความเร็วสูงสู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้

13.จะขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง และขยายเขื่อนกั้นน้ำให้ให้เรือบรรทุกขนาด 2,000 ตัน สามารถขนถ่ายสินค้าจากเกาะสีชังถึงสระบุรี และนครสวรรค์ได้

14.ศึกษาขั้นสุดท้ายอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขุดคลองกระ เพื่อส่งเสริมการคมนาคม การค้าอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้

15.สร้างถนนคอนกรีต และประปาเข้าถึงทุกหมู่บ้านด้านแรงงาน

16.จะคุ้มครองสิทธิ ผลประโยชน์ สวัสดิการ ยกระดับฝีมือผู้ใช้แรงงาน ทั้งในและที่ไปใช้แรงงาน ต่างประเทศ แก้ไขกฎหมายให้นำกองทุนประกันสังคมฝากในกองทุนสหกรณ์ออมทรัพย์ของผู้ใช้แรงงานไปต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานสามารถกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และให้ดูแลสวัสดิการของผู้ใช้แรงงานให้เข้มแข็งขึ้น ในด้านการท่องเที่ยว

17.จะส่งเสริม ปรับปรุงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยวให้น่าอยู่ และส่งเสริมแหล่งสร้างรายได้ ส่วนด้านพลังงาน

18.ส่งเสริมการใช้แหล่งเชื้อเพลิงทดแทนผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ แอลกอฮอล์ ก๊าซธรรมชาติ หินน้ำมัน โซล่าเซล ไบโอดีเซล และกังหันลมด้านการเพิ่มรายได้เกษตรกร

19.จะแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างกลไกการตลาดและราคาที่เป็นธรรมผ่านระบบสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน โดยให้มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนแนวทางกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

20.ประกันความเสี่ยงให้เกษตรกรรายย่อย

21.จะส่งเสริมการเลี้ยงโคเพศเมียให้เกษตรกร 1 ล้านครอบครัวและสนับสนุนการเลี้ยงโคขุนคุณภาพสูง แบบโคโกเบ โดยช่วยประกันราคา และส่งเสริมการเลี้ยงและปรับปรุงพันธ์สัตว์เศรษฐกิจ 7 ประเภท ได้แก่ โค กระบือ ไก่ สุนัข แมว นก และปลา ทั้งคุณภาพและปริมาณ

23.จะส่งเสริมเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรให้พ้นจากความยากจน ด้วยการปลูกไม้โตเร็ว (กระถินยักษ์) เป้าหมาย 30 ล้านไร่ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผลิตกระดาษ และเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ด้านที่ดินและแหล่งน้ำ

24.เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินและจัดที่ดินให้แก่ผู้ที่ไร้ที่ดินทำกินอย่างเพียงพอ

25.ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาติให้ จัดทำแผนแม่บทการชลประทาน เพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำป้องกันน้ำท่วมให้แก่การเกษตร อุตสาหกรรม และการบริการในระยะยาว จัดการเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำ โดยการสร้างเขื่อน ฝาย ขุดสระ หรือแก้มลิง ขุดทางน้ำเชื่อมแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล

26.เพิ่มปัจจัยการผลิตแก่ประชาชน ขุดบ่อน้ำ 9 ล้านบ่อ เพื่อ 9 ล้านครอบครัวภายใน 4 ปี
ด้านการสาธารณสุข

36.สนับสนุนการรักษาพยาบาลฟรี และขยายความคุ้มครองโดยเพิ่มเติมโรค ที่รักษาฟรี ให้ครอบคลุมมากขึ้น และให้สามารถเข้ารักษาได้ในโรงพยาบาลของรัฐ ด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ด้านการส่งเสริมกลุ่มสตรีและความมั่นคงของสถาบันครอบครัว

37.ส่งเสริมกิจกรรม เพื่อสร้างความอบอุ่นมั่นคง ให้สถาบันครอบครัวและสังคม

38.การประกันรายได้และให้การสงเคราะห์เงินดำรงชีพ 1,500 บาทต่อเดือน แก่ผู้สูงอายุ คนพิการไร้อาชีพ ไม่มีรายได้อื่นเสริมและไม่มีผู้เลี้ยงดู

39.ส่งเสริมกิจกรรมและบทบาทของกลุ่มสตรี โดยจัดสรรงบประมาณให้คณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับหมู่บ้าน

40.เร่งรัดป้องกันและปราบปรามการค้าและผลิตยาเสพติด ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อาชญากรรมทุกประเภทอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

41.จัดที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพราคาเหมาะสม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณูปโภค และการบริการขนส่งมวลชนอย่างทั่วถึง ให้แก่ผู้มีรายได้ต่ำ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ใช้แรงงานและข้าราชการด้านการกีฬา

42. จะส่งเสริมให้เยาวชนเล่นกีฬามากขึ้น โดยจัดให้มีลานกีฬาหมู่บ้านและชุมชน สนับสนุนการกีฬาโดยรัฐวิสาหกิจ เอกชน และงบประมาณของรัฐให้เข้าสู่มาตรฐานโอลิมปิคและสนับสนุนกีฬาให้เป็นอาชีพ ให้ส่วนลดภาษีเงินได้เป็น 2 เท่าของเงินบริจาคเพื่อการกีฬา